ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

ประวัติความเป็นมา

บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “SKR”) ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2522 ภายใต้ชื่อ บริษัท สำโรงการแพทย์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจำนวน 16 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล ใน พ.ศ.2522 และสำเร็จสามารถดำเนินกิจการโรงพยาบาลได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ต่อมาในปีพ.ศ. 2528 บริษัท ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้ชื่อ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) ณ ปัจจุบันมีกิจการโรงพยาบาลภายใต้การดำเนินงานของบริษัท คือ

  • โรงพยาบาลศิครินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 976 ถนนลาซาล แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 11 ไร่ 84 ตารางวา และดำเนินการเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2536 ปัจจุบันมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 355 เตียง เปิดใช้งานจริง 258 เตียงมีศักยภาพรองรับผู้ป่วยนอกได้เฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ สมุทรปราการ ตั้งอยู่เลขที่ 999/23-29 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ 46 ตารางวา เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2536 มีเตียงรองรับผู้ป่วยใน 100 เตียง มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยนอกได้เฉลี่ย 700 คนต่อวัน
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 169 ถนนพิพัฒน์สงเคราะห์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นอาคารสูง 10 ชั้น บนเนื้อที่ใช้สอย 35,800 ตารางเมตร พร้อมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เปิดดำเนินการ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2540 โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษมาลงนามในพิธีเปิด มีเตียงรองรับผู้ป่วยใน 350 เตียง เปิดใช้งานจริง 200 เตียง มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยนอกได้เฉลี่ย 700 คนต่อวัน

ณ ปัจจุบัน โรงพยาบาลศิครินทร์เปิดให้บริการผู้ป่วยจำนวน 4 อาคาร รวมพื้นที่ให้บริการ 58,581 ตารางเมตร โดยสามารถแบ่งออกเป็นอาคารต่างๆ ดังต่อไปนี้

อาคาร 1

ให้บริการ ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ คลินิกอายุรกรรมทั่วไป ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ศูนย์อุบัติเหตุ-ฉุกเฉินและคลินิกศัลยกรรม ศูนย์กุมารเวช ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์ความงาม ศูนย์รังสีวินิจฉัย ห้องปฏิบัติการ ห้องผ่าตัด ห้องบริการไตเทียม ห้องกายภาพ หอผู้ป่วยหนัก รวมทั้งหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ หอผู้ป่วยต่างประเทศและหอผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ และทรวงอก หอผู้ป่วยอายุรกรรม-ศัลยกรรม หอผู้ป่วยเด็ก

อาคาร 2

ให้บริการ ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางสตรี ศูนย์ตรวจสุขภาพ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก ห้องคลอด แผนกทารกแรกเกิด และหอผู้ป่วยสูติ-นรีเวช หอผู้ป่วยอายุรกรรม-ศัลยกรรม หอผู้ป่วยเด็ก

อาคาร 3

เป็นอาคารสร้างใหม่ 14 ชั้น บนเนื้อที่ 31,344 ตารางเมตร เริ่มเปิดให้บริการเมื่อกลางปี พ.ศ.2558 เป็นส่วนปรับขยายให้บริการที่มุ่งเน้นศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์หลอดเลือดสมองและระบบประสาท ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ศูนย์ผ่าตัดโดยการส่องกล้อง ศูนย์ตา หู คอ จมูก ศูนย์บริการลูกค้าต่างประเทศ บริการตรวจรังสี MRI และหอผู้ป่วยต่างประเทศ หอผู้ป่วยอายุรกรรม-ศัลยกรรม หอผู้ป่วยเด็ก

อาคาร 4

คือ อาคารประกันสังคม ให้บริการผู้ป่วยด้านประกันสังคม บนเนื้อที่ 630 ตารางเมตร ให้บริการทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และประกันสังคม

โดยทั้ง 4 อาคาร มีจำนวนห้องและเตียง ดังต่อไปนี้

ห้องตรวจผู้ป่วยนอก (OPD) 106 ห้อง rooms
ห้องผู้ป่วยใน (Inpatient rooms) 258 เตียง beds
ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน (Emergency rooms) 10 เตียง beds
ห้องผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ (Cardiac Care Unit) 6 เตียง beds
ห้องผู้ป่วยหนัก (Intensive Care Unit) 16 เตียง beds
ห้องตรวจทันตกรรม (Dental Unit) 12 ห้อง rooms
ห้องบริการไตเทียม (Hemodialysis Unit) 14 เตียง beds
ห้องผ่าตัด (Operating Room) 5 ห้อง rooms
ห้อง Cath Lab 1 ห้อง rooms
ห้อง Scope 3 ห้อง rooms

นอกจากนี้โรงพยาบาลศิครินทร์ได้เปิดให้บริการ OPD Midnight Clinic โดยเปิดถึง 24.00 น. ซึ่งประกอบไปด้วยคลินิกรวมทั้งสิ้น 4 คลินิกหลักคือ คลินิกอายุรกรรม คลินิกศัลยกรรม สถาบันกุมารเวช และคลินิกประกันสังคม โดยมีแพทย์วุฒิบัตรเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์รักษาโรคและบริการทางการแพทย์ Medical Center and Clinic

ศูนย์โรคหัวใจ เป็นการเปิดบริการทางด้านการรักษาโรคหัวใจแบบครบวงจรตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การทำหัตถการหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดหัวใจ ครบวงจรในปี พ.ศ.2558

ทางศูนย์ให้บริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยเช่นเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ (EKG) เครื่องตรวจคลื่นหัวใจขณะออกกำลังกายโดยการวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) การใช้เครื่องที่มีเครื่องสะท้อนความถี่สูง (Echo) ที่สามารถดูการทำงานของหัวใจที่เป็นปัจจุบันและรายงานผลได้ทันทีโดยมีอายุรแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจอยู่ประจำการและปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันสามารถตรวจหัวใจโดยใช้เครื่อง MRI ได้

ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ

ให้บริการได้ทั้งในเวลาปกติและภาวะฉุกเฉินเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิตกะทันหัน ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงโดยมีบริการที่สำคัญๆ ดังนี้

  • ฉีดสีดูเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเพื่อวินิจฉัยเกี่ยวกับพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจ เช่น การตีบ อุดตัน
  • ใส่สายสวนเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ
  • ใส่สายสวนเพื่อรักษาลิ้นหัวใจที่ผิดปกติ
  • รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยการจี้ด้วยกระแสไฟฟ้า
  • ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดชั่วคราวและถาวร
  • ใส่เครื่องกระตุกหัวใจในผู้ป่วยที่มีหัวใจหยุดเต้นหรือเต้นผิดจังหวะเป็นพักๆ

และโรงพยาบาลฯ ยังได้ตั้งเป้าหมายพัฒนาคุณภาพการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดให้เทียบเท่ามาตรฐานการรักษาในระดับสากลทั้งนี้โรงพยาบาลได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน JCI ด้านโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ตั้งแต่ในปลายปี พ.ศ.2559 จนถึงปัจจุบัน

สามารถผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดหัวใจหรือเส้นเลือดแดงโป่งพองได้ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจโดยการใช้เครื่องอุปกรณ์หัวใจและปอดเทียมขณะผ่าตัดด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์และศักยภาพสูง ปัจจุบันสามารถเป็นศูนย์รับ-ส่งต่อทางด้านโรคหัวใจของโรงพยาบาลในโครงการประกันสังคม ได้แก่ โรงพยาบาลลาดพร้าว และโรงพยาบาลเมืองสมุทร และเป็นศูนย์รับส่ง-ต่อทางด้านหัวใจของ สปสช.ด้วย

โรงพยาบาลฯ ได้พัฒนาศูนย์หลอดเลือดสมองและระบบประสาทเรื่อยมาเริ่มจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท เป็นจำนวนถึง 4 ท่าน ต่อมาในปี พ.ศ.2558 ได้เพิ่มเครื่องมือที่จะทำให้การตรวจมีความครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้นทั้งเครื่องตรวจการทำงานของสมอง (EEG) เครื่องตรวจการนำของเส้นประสาท (EMG) เครื่อง CT 128 Slide และล่าสุดคือ เครื่อง MRI (Magnetic Resonance Imaging)

นับว่าเป็นศูนย์หลอดเลือดสมองและระบบประสาทที่มีศักยภาพที่สุดในย่านนี้ นอกจากนั้นยังได้รับการรับรองกระบวนการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบอุดตันเฉียบพลันเทียบเท่าในระดับมาตรฐานสากลจาก JCI โดยที่ผู้ป่วยที่มีอาการชา แขนขาอ่อนแรง มุมปากตก พูดไม่ชัด ถ้ามาพบแพทย์และทีมสหสาขาเพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยอย่างรีบด่วน และทันท่วงที ภายในเวลาที่กำหนดท่านอาจมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ทั้งนี้ศูนย์หลอดเลือดสมองและระบบประสาท ตั้งอยู่บนชั้น 2 อาคาร 3 ปัจจุบันได้ขยายศักยภาพสามารถดึงก้อนเลือดอุดตันที่เส้นเลือดในสมองได้ โดยปฏิบัติการภายในห้องสวนหัวใจ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวที่ทำได้ในย่านกรุงเทพตะวันออก

โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของโรงพยาบาลศิครินทร์ เพื่อให้การรักษาโรคเบาหวานมีคุณภาพมากที่สุด โรงพยาบาลฯ ได้พัฒนาคุณภาพกระบวนการรักษาจนได้รับการรับรองในระดับมาตรฐานสากลจาก JCI เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน จากศักยภาพของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทีมสหสาขาทำให้มีการขยายความรู้เรื่องโรคเบาหวานไปสู่ชุมชนมากขึ้น และจัดเป็นศูนย์ที่มีมาตรฐานด้านการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางและมีมาตรฐาน การดูแลผู้ป่วยที่มีคุณภาพสูงแห่งหนึ่ง

โรงพยาบาลฯ ได้ปรับปรุงยกระดับเป็นศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับโดยได้ย้ายมาเปิดบริการที่ชั้น 1 อาคาร 3 ที่สร้างใหม่โดยรวม OPD และห้องส่องกล้องเข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกของผู้ป่วยและญาติมากขึ้น และได้เพิ่มเครื่องมือที่ทันสมัยของศูนย์ส่องกล้องเพื่อทำการรักษาได้มากขึ้น ดังนี้

  • การส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยและค้นหาโรคในระบบทางเดินอาหาร
  • การส่องกล้องและตัดชิ้นเนื้อหรือติ่งเนื้อในระบบทางเดินอาหาร
  • การส่องกล้องเพื่อรักษาภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร
  • การตรวจระบบทางเดินอาหารและลำไส้เล็กโดยการกลืนแคปซูล
  • การตรวจหาแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร
  • การตรวจและวินิจฉัยโรคระบบทางเดินหายใจ

การผ่าตัดผ่านกล้องแบบแผลเล็ก โรงพยาบาลฯ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้อง ทั้งด้าน ศัลยกรรมทั่วไป เช่น ผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้องผ่าตัดไส้ติ่งผ่านกล้อง ผ่าตัดไส้เลื่อน หรือการผ่าตัดทางสูตินรีเวช เช่น ผ่าตัดก้อนเนื้อในมดลูกผ่านกล้องโดยให้คำปรึกษาได้ทุกวันที่ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้อง

ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคาร 1 ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ ได้ขยายห้องตรวจของศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อเป็นจำนวน 6 ห้องตรวจเพื่อรองรับผู้รับบริการที่มีจำนวนมากขึ้น พร้อมทั้งได้ขยายแผนกกายภาพบำบัดเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ได้ลงทุนทางด้านเครื่องมือผ่าตัดกระดูก เช่น การผ่าตัดกระดูกโดยการใช้กล้อง การเปลี่ยนข้อเข่า-ข้อสะโพก การผ่าตัดทางกระดูกที่ได้รับอุบัติเหตุ และได้ขยายการรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด รวมถึงแพทย์เฉพาะทางกระดูกในเด็ก เป็นต้น

เป็นศูนย์ทันตกรรมครบวงจร โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครบทุกด้านของบริการทันตกรรม ให้ความสำคัญกับการป้องกันสภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการรักษาทางทันตกรรม ด้วยมาตรฐานการรักษาที่ทันสมัย มั่นใจความสะอาดและปลอดเชื้อ สะดวกในการนัดหมายโดยสาขาทางทันตกรรมที่เปิดให้บริการมีดังนี้

  • ทันตกรรมทั่วไป เช่น อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน เคลือบฟัน
  • ทันตกรรมโรคปริทันต์โรคเหงือก เช่น เลือดออกตามไรฟัน
  • ทันตกรรมจัดฟัน บริการทั้งจัดฟันด้านนอก ด้านใน จัดฟันแบบใส
  • ทันตกรรมใส่ฟัน เช่น ฟันปลอมแบบถอดได้ สะพานฟัน ครอบฟัน รากเทียม
  • ทันตกรรมรักษารากฟัน
  • ทันตกรรมเด็ก เช่น การดูแลฟันน้ำนม ใส่เครื่องมือกันฟันล้ม
  • ทันตกรรมศัลยกรรมช่องปาก เช่น ผ่าฟันคุด ผ่าตัดในช่องปาก อุบัติเหตุเกี่ยวกับช่องปาก กราม ขากรรไกร โดยในปี 2560 โรงพยาบาลได้นำเทคโนโลยีการจัดฟันแบบ Invisalign จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาให้บริการผู้ป่วยที่ต้องการการจัดฟันแบบใสดูเป็นนธรรมชาติมากขึ้น

โรงพยาบาลฯ ได้ขยายทางด้านการตรวจทางรังสีให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนระบบจากการพิมพ์แผ่นฟิล์มเป็นระบบ Digital เพื่อให้แพทย์สามารถแปลผลการตรวจได้อย่างรวดเร็วและสะดวกกับการเก็บแผ่นฟิล์มมากขึ้น กรณีผู้ป่วยต้องการผลไปให้แพทย์ท่านอื่น สามารถนำกลับในรูปแบบแผ่นซีดีได้ โดยปัจจุบันโรงพยาบาลฯ มีเครื่องเอ็กซเรย์ที่ให้บริการครอบคลุมมากที่สุดในย่านนี้ ทั้งเครื่อง CT 128 Slide และเครื่อง MRI ที่นำเข้าใหม่ล่าสุดในปี พ.ศ.2558 และได้ขยายการรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด รวมถึงแพทย์เฉพาะทางกระดูกในเด็ก เป็นต้น

ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคาร 2 เป็นศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจรรูปแบบ One Stop Service มีบริการเอ็กซเรย์ เจาะเลือด และอื่นๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ให้บริการแบบกระชับรวดเร็วและได้รับผลการตรวจในรูปแบบที่เป็นเล่มหรือผ่านแอพพลิเคชั่นโดยให้บริการตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน ตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน ตรวจสุขภาพเพื่อไปต่างประเทศ และค้นหาโรคเบื้องต้น เพื่อท่านจะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมบริการอาหารว่างเพื่อสุขภาพพร้อมเสิร์ฟระหว่างรอผลเลือดและเอ็กซเรย์

ให้บริการตรวจเลือดและสิ่งส่งตรวจทุกชนิดเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและรองรับสิ่งส่งตรวจ (Specimen) ได้มากกว่า 10,000 Specimen ต่อวัน รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพภายในได้มาตรฐานของการวิทยาศาสตร์การแพทย์และพัฒนาการรายงานผลการตรวจ โดยแพทย์สามารถดูผลการตรวจจากระบบคอมพิวเตอร์โดยตรงทำให้ลดความคลาดเคลื่อนของผลการตรวจได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังให้บริการเลือดและส่วนประกอบของเลือดที่รวดเร็ว ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน โดยในปี 2560 โรงพยาบาลได้ขยายจุดบริการ เจาะเลือดที่ตึก 1 ชั้น 1 โดยเพิ่มจุดเจาะเลือด 5-6 จุด เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มากขึ้นรวมถึงเพิ่มความรวดเร็วในการส่งหลอดเลือด ทำให้สามารถลดระยะเวลาการรอผลตรวจเลือดให้เร็วขึ้น และได้ขยายการรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด รวมถึงแพทย์เฉพาะทางกระดูกในเด็ก เป็นต้น

ตา หู คอ จมูก นับเป็นอวัยวะสำคัญต่อการดำรงชีวิต จึงต้องการการตรวจรักษาอย่างละเอียดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงพร้อมเครื่องมือในการตรวจรักษาอย่างทันสมัย นอกจากนี้ ยังมีจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมเบ้าตาและเปลือกตา จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านต้อหิน / ด้านกระจกตา และด้านจอประสาทตาด้วย โดยศูนย์ตา หู คอ จมูก ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคาร 3

ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 1 อาคาร 2 บริการตรวจรักษาสตรีอย่างครบวงจร ประกอบด้วยศูนย์รักษาโรคทางนรีเวช ศูนย์คุณแม่ตั้งครรภ์ ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช และศูนย์ผู้มีบุตรยาก (บริเวณชั้น 3 อาคาร 2) มีสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ครบทุกสาขา โดยเฉพาะศูนย์ผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลฯ ได้ปรับเป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจรมีห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเป็นของโรงพยาบาลฯ เอง ทำให้บริการด้านผู้มีบุตรยากมีความสะดวกสบายมากขึ้น

เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 – 24.00 น. รวมทั้งหลังเวลา 24.00 น. โดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา คนไข้เด็กนับเป็นคนไข้ที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน จึงเป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่โรงพยาบาลฯ ให้ความสำคัญ มีการจัดพื้นที่เฉพาะแยกกันระหว่างเด็กป่วยและเด็กที่มาฉีดวัคซีนหรือมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ พร้อมทั้งจัดสถานที่ตรวจให้เป็นเมืองแห่งจินตนาการของเด็ก เพื่อสร้างบรรยากาศให้คนไข้เด็กคลายกังวลจากการพบแพทย์ โดยศูนย์กุมารเวช ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคาร 1 โดยในปี 2560 โรงพยาบาลได้ขยายและปรับปรุงพื้นที่ โดยเพิ่มจำนวนห้องตรวจถึง 12 ห้องตรวจ เพิ่มพื้นที่ห้องพ่นยา เช็ดตัวให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทั้งยังได้เพิ่มแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้ และทางเดินหายใจในเด็ก เพื่อให้การรักษาอย่างครบวงจร

โรงพยาบาลฯ ได้ตระหนักถึงความพร้อมและความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอย่างเร่งด่วนและทันท่วงทีโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วย จึงได้จัดให้มีแพทย์ที่มีประสบการณ์หลายสาขาและทีมสหวิชาชีพ พร้อมดูแลผู้ป่วยในเวลาฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้มีบริการรถพยาบาลฉุกเฉินรับ-ส่ง ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลฯ ด้วยโรงพยาบาลฯ ได้จัดแพทย์เฉพาะทางเวชปฏิบัติฉุกเฉินประจำที่ศูนย์อุบัติเหตุ-ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ท่านได้รับการแก้ไขภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินทางโรคหลอดเลือดสมองตีบ อุดตัน เฉียบพลัน จะสามารถเข้าถึงบริการ การตรวจวินิจฉัย และรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการได้ จนได้รับการรับรองการรักษาโรคนี้เทียบเท่าระดับสากล (JCI – CCPC - Primary Stroke Program) ในปี 2557 โรงพยาบาลฯ ได้ทำการตรวจรับรองซ้ำอีกครั้งในปี 2560 ซึ่งสามารถผ่านการตรวจรับรองเป็นอย่างดี

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินทางด้านโรคหลอดเลือดหัวใจสามารถเข้าถึงบริการ ตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว เช่นกัน โดยโรงพยาบาลได้พัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทางหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เฉียบพลัน ได้รับการใส่ขดลวดเพื่อขยายหลอดเลือด ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ โดยผ่านการตรวจรับรองของสมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย และในระดับสากล (JCI – CCPC – Acute Myocardial Infarction) ในปี 2559 และยังเป็นศูนย์ที่ให้บริการผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาล ละแวกใกล้เคียงที่ยังไม่มีบริการนี้ ในปี 2561 โรงพยาบาลได้ปรับปรุงรถ Ambulance ใหม่จำนวน 3 คัน ด้วยเครื่องมือทันสมัยเพื่อรองรับศูนย์เฉพาะทางที่มากขึ้น

บริการด้านศัลยกรรมความงาม และผิวหนัง ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ และเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและทันสมัย มั่นใจในความสะอาดและปลอดภัย ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมและความงามโดยจัดสถานที่เป็นแบบ One Stop Service เพื่อความสะดวก และเป็นส่วนตัวแก่ผู้รับบริการ โดยศูนย์ความงามศิครินทร์ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคาร 1

ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 อาคาร 3 ให้บริการลูกค้าต่างประเทศ ทั้งที่พักอาศัยในเมืองไทยและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการรักษาที่มีมาตรฐาน ด้วยภาษาต่างประเทศ พร้อมบริการล่ามหลายภาษา เพื่อสะดวกในสื่อสารและการรักษา นอกจากนี้ยังมีบริการประสานงานและอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปและมาจากต่างประเทศด้วยทำให้ในปีนี้มีชาวต่างประเทศให้ความสนใจและเชื่อมั่นเดินทางเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลศิครินทร์มากขึ้นเป็นจำนวนมาก

นอกเหนือจากการให้บริการรักษาตรวจรักษาโรคตามแผนกต่างๆ สำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตามที่กล่าวข้างต้น โรงพยาบาลยังมีการให้บริการพิเศษอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าดังต่อไปนี้

  • บริการหน่วยตรวจสุขภาพนอกสถานที่ : นอกจากการตรวจสุขภาพในศูนย์ตรวจสุขภาพภายในโรงพยาบาลแล้ว โรงพยาบาลยังให้บริการตรวจสุขภาพ ณ ที่ทำการของลูกค้าโดยตรง กลุ่มลูกค้าประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานและโรงงานต่างๆ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น การตรวจสุขภาพนอกสถานที่จะเน้นตรวจครั้งละเป็นจำนวนมากในวันคราวเดียวกัน ซึ่งโรงพยาบาลสามารถตรวจได้ประมาณ 3-4 แห่งต่อวัน ด้วยระบบการตรวจที่ทันสมัย เช่น ลงทะเบียนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และใช้ระบบบาร์โค้ดในการบันทึกผล ซึ่งนอกจากตรวจได้ครั้งละจำนวนมากแล้ว ยังมีความถูกต้องแม่นยำสูงอีกด้วย
  • การให้บริการผู้ป่วยประกันสังคม : ปัจจุบันมีผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนเลือกโรงพยาบาลศิครินทร์จำนวน 130,000 คน มีอัตราการใช้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 700 คน ทั้งนี้ภายหลังจากที่ได้ขยายอาคารบริการผู้ป่วยประกันสังคม ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีความสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงการขยายเวลาบริการเพื่อให้ ผู้ประกันตนได้รับความสะดวกจากเดิมบริการเวลา 08.00-20.00 น. เป็น 07.00-22.00 น. ปัจจุบันโรงพยาบาลมีโควต้าตามมติของสำนักงานประกันสังคมอยู่ที่ 150,000 คน แต่เนื่องด้วยมีผู้ที่สนใจเลือกโรงพยาบาลศิครินทร์จนเต็มโควต้าทุกปีและปัจจุบันมีผู้ประกันตนต้องการเลือกโรงพยาบาลศิครินทร์มากกว่า 130,000 คน สำนักงานประกันสังคมจึงมีมติให้โรงพยาบาลเพิ่มจำนวนการรับผู้ประกันตนเป็น 140,000 คน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตน ที่อยู่ละแวกใกล้เคียงโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามโรงพยาบาลมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการผู้ป่วยประกันสังคมให้ได้มาตรฐานสูงสุดและจะยังคงรักษาศักยภาพไว้เท่าที่ประกันสังคมอนุมัติ ในปีที่ผ่านมาได้เพิ่มคลินิกเฉพาะทางที่อาคารประกันสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกและเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น
    จากการปรับปรุงบริการดังกล่าว ทำให้โรงพยาบาลศิครินทร์ผ่านการตรวจประเมิน จากสำนักงานประกันสังคมด้วยคะแนน สูงถึง 98.17 % จากคะแนนเต็ม 100 % และได้ขยายการรักษาสู่แพทย์เฉพาะทางระดับตติยภูมิจนสามารถทำการรักษาผู้ป่วยที่ซับซ้อนได้เอง เหลือส่งต่อโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่าเพียงบางส่วน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่สะดวกรวดเร็วขึ้น รวมถึงสามารถรับส่ง-ต่อผู้ป่วยประกันสังคมจากโรงพยาบาลอื่นได้ด้วย
  • ห้องอาหารศิการ และฟู้ดคอร์ท : จากการขยายตัวเพิ่มขึ้นของผู้รับบริการปัจจุบันภายในโรงพยาบาลศิครินทร์ จึงมีร้านค้าที่ให้บริการอาหารจำนวน 3 แห่ง (ไม่รวมแผนกอาหารที่บริการอาหารผู้ป่วยโดยตรง)
  • บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน : ให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์กู้ชีพฉุกเฉินที่ครบครัน ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง
  • แผนกลูกค้าสัมพันธ์ต่างประเทศ : ประกอบไปด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านภาษา ได้แก่ ภาษาจีน ญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ เพื่อให้บริการด้านข้อมูลโรงพยาบาลและความรู้ทั่วไปแก่ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ
  • บริการระบบลูกค้าสัมพันธ์ประจำหอพักผู้ป่วย (ward) : ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลูกค้าที่เข้ามานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิครินทร์ ส่งผลให้ลูกค้าสามารถสื่อสารและให้คำแนะนำ เสนอแนะต่างๆ ได้สะดวกและง่าย
  • แผนกเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ (CSSD) ในปี 2560 โรงพยาบาลได้ทำการปรับปรุงแผนก CSSD ให้มีขนาดกว้างขวางมากขึ้นและถูกต้องตามหลักการออกแบบระบบในระดับสากลเพื่อรองรับการผ่าตัดที่มากขึ้นและมีแผนจะขอการรับรองมาตรฐาน CSSD ในระดับสากลภายในปี 2561 (Asia Pacific Society of Infection Control-APSIC) และโรงพยาบาลสามารถผ่านการตรวจรับรองและเข้าร่วมรับรางวัลที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในเดือนมีนาคม 2562

โรงพยาบาลศิครินทร์ ได้มุ่งเน้นและปรับปรุงพัฒนาด้านการแพทย์ให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล พร้อมพัฒนาบุคลากร ให้สามารถให้บริการได้ถูกต้องด้วยหลักวิชาการทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ และยังมุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าประดุจครอบครัว จนได้ผ่านการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลในประเทศ HA (Hospital Accreditation) และมาตรฐานโรงพยาบาลสากล JCI (Joint Commission International) ดังนี้

  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI ทั้งระบบ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI ด้านโรคหลอดเลือดในสมองตีบอุดตันเฉียบพลัน (Primary Stroke Program) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 และผ่านการตรวจรับรองซ้ำในปี 2560
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI ด้านโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 (Diabetes Mellitus Program) เมื่อวันที่ 28พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 และจะครบรอบตรวจรับรองซ้ำภายในปี 2561
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน JCI ด้านโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction (AMI)) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน
  • ผ่านการตรวจรับรอง CSSD (Center of Excellence by APSIC ในปี 2561

โรงพยาบาลรัทรินทร์ เปิดให้บริการด้วยขนาด 100 เตียง ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท-สายเก่า กม.ที่ 34 อยู่ห่างจากโรงพยาบาลศิครินทร์ 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25-30 นาที บริษัทจึงมีนโยบายให้โรงพยาบาลศิครินทร์และโรงพยาบาลรัทรินทร์ ใช้ทรัพยากรทุกชนิดที่จำเป็นร่วมกันได้ โดยบริการที่โรงพยาบาลรัทรินทร์ใช้บริการร่วมกับทางโรงพยาบาลศิครินทร์ อาทิเช่น อาหารผู้ป่วย ระบบซักรีดเสื้อผ้าผู้ป่วยและงานผ้าต่างๆ ระบบการนึ่งฆ่าเชื้ออุปกรณ์การแพทย์และห้องผ่าตัด อุปกรณ์การแพทย์ ระบบคลังสินค้ายาและเวชภัณณฑ์ เป็นต้น ทำให้โครงสร้างการบริหารงานของโรงพยาบาลรัทรินทร์จึงมีความกระชับ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรมบางปู จึงทำให้โรงพยาบาลรัทรินทร์จะมุ่งเน้นให้บริการแก่กลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมเป็นหลัก อย่างไรก็ตามในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาชุมชนย่างบางปูใหม่ มีการพัฒนา และขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่น การเปิดให้บริการของห้างสรรพสินค้า และโครงการที่พักอาศัยต่างๆ โรงพยาบาลรัทรินทร์จึงได้ปรับแผนลูกค้าเป้าหมายใหม่ โดยเริ่มมุ่งเจาะตลาดลูกค้าทั่วไป และลูกค้าประกันชีวิตที่พักอาศัย อยู่ในบริเวณดังกล่าว

โรงพยาบาลรัทรินทร์มีห้องตรวจฉุกเฉินและห้องตรวจผู้ป่วยนอก จำนวน 10 ห้อง สำหรับโรงพยาบาลรัทรินทร์ ได้รับการปรับปรุงคุณภาพ ผ่านการรับรองระบบ ISO 9001 และผ่านการรับคุณภาพระบบ HA ขั้นที่ 2 มีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ 111 คน

บริการพิเศษอื่นๆ

  • การรองรับผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน: ด้วยพื้นที่ตั้งของโรงพยาบาลรัทรินทร์อยู่ติดถนนใหญ่และห่างไกลจากโรงพยาบาลอื่น ดังนั้น สถิติผู้ป่วยที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ และส่งมารักษาที่โรงพยาบาลรัทรินทร์ค่อนข้างสูงปัจจุบันโรงพยาบาลรัทรินทร์มีห้องตรวจและห้องกู้ชีวิตฉุกเฉิน พร้อมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan และเครื่องเอกซเรย์ถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Fluoroscopy) รวมทั้งห้องผ่าตัด จำนวน 2 ห้อง และห้องพักฟื้น (Recovery Room) จำนวน 2 Units จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยอุบัติเหตุจะได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย
  • บริการตรวจสุขภาพประจำปี:นอกจากนี้โรงพยาบาลรัทรินทร์ ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมบางปู รวมทั้งพื้นที่ตำบลบางปูใหม่ เป็นที่ตั้งของโรงงานประเภทต่างๆ เป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลฯจึงได้จัดบริการตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน และตรวจสุขภาพประจำปีแก่พนักงานของบริษัทต่างๆทั้งตรวจภายในโรงพยาบาล และตรวจนอกสถานที่ี่
  • ในปี 2560 ได้ขยายบริการแผนกทันตกรรมเพิ่มเป็น 2 ห้องตรวจ
  • ในปี 2561 เปิดบริการตึกใหม่ด้านข้างโรงพยาบาลเพิ่มเติมเพื่อขยายบริการ รองรับผู้ประกันตนที่มีจำนวนมากขึ้น

โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 169 ถ.นิพัทธ์สงเคราะห์ 1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดียวในเขตภาคใต้ตอนล่าง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล (Joint Commission International : JCI) โดยได้รับอนุญาตให้บริการห้องพักผุ้ป่วยขนาด 120 เตียง โดยมีอาคารสำหรับให้บริการผู้ป่วย 1 อาคาร 12 ชั้น รวมพื้นที่เป็น 35,800 ตารางเมตร ซึ่งอาคารโรงพยาบาลปัจจุบันสามารถรองรับการให้บริการได้สูงสุดถึง 400 เตียงพร้อมลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับกรณีฉุกเฉิน สถานที่ตั้งของ โรงพยาบาลศิครินทร์หาดใหญ่ อยู่บนเส้นทางหลักบนตัวเมืองหาดใหญ่ และเป็นจุดเชื่อมต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงเช่น พัทลุง สตูล ปัตตานี และ ยะลา ทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินทางเข้ารับการรักษาได้อย่างสะดวก เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแพทย์ผู้ให้บริการเฉพาะทางจำนวนมากกว่า 200 ท่าน และมีศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางพร้อมให้บริการทั้งหมด 13 คลินิก ซึ่งประกอบด้วย

1. คลินิกอายุรกรรมทั่วไปและอายุรกรรมเฉพาะทาง 8. ศูนย์โรคกระดูกและข้อ
2. ศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินและศัลยกรรมทั่วไป 9. ศูนย์ตรวจสุขภาพ
3. ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางสตรี 10. คลินิกช่วยเหลือผู้มีบุตรยาก
4. คลินิกกุมารเวชกรรม 11. คลินิกสุขภาพเท้า
5. คลินิก หู คอ จมูก 12. คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
6. คลินิกจักษุ 13. ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัย
7. ศูนย์ทันตกรรม

ภายใต้การให้บริการมากกว่า 19 ปี โรงพยาบาลศิครินทร์หาดใหญ่ได้ปรับปรุงและพัฒนาอาคารโรงพยาบาล เช่น ส่วนรับรองลูกค้า ห้องตรวจ ห้องพักคนไข้ ศูนย์คัดกรองสุขภาพ (Health Screening Center) ห้องผ่าตัด (Operating Room) ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) รวมถึงการปรับภูมิทัศน์รอบอาคารโรงพยาบาลและบริเวณลานจอดรถ โดยมีแผนในการพัฒนาพื้นที่ว่างด้านข้างอาคารเป็นร้านค้าต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้าที่มาใช้บริการ นอกจากนี้ โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ลงทุนในการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ทำให้โรงพยาบาล ได้รับรองตามมาตรฐาน JCI ในปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับวินิจฉัยและรักษาโรคที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องเลเซอร์ตา เครื่องผ่าตัดทางจักษุกรรม (Microscope OPMI VISU 160) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ CT Scan 128 Slide เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ C-arm เครื่องเอกซเรย์ตรวจระบบทางเดินอาหาร (Fluoroscope) เครื่องตรวจเมมโมแกรมระบบดิจิตอล (Digital Mammogram) เครื่องตรวจอัลตราซาวด์ระบบดิจิตอล (Echo Carotid) ระบบผ่าตัดผ่านทางกล้อง (Laparoscope) และเครื่องฟอกไต เป็นต้น

กลุ่มลูกค้าที่สำคัญของ โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลัก คือ

  1. กลุ่มลูกค้าบริษัท (“Corporate”) หมายถึง ผู้ป่วยที่มาใช้บริการซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทต่างๆ ที่มีสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน โดยบริษัทของลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามวงเงินที่บริษัทได้ทำสัญญาไว้กับโรงพยาบาล
  2. กลุ่มลูกค้าบริษัทประกัน (“Insurance”) หมายถึง ผู้ป่วยที่มาใช้บริการซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทต่างๆที่มีสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน โดยบริษัทประกันชีวิตที่ทำสัญญากับทางโรงพยาบาลว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลูกค้าของตน เมื่อมาใช้บริการตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้
  3. กลุ่มลูกค้าทั่วไป (“General”) หมายถึง ผู้ป่วยที่มาใช้บริการรักษาพยาบาลที่เป็นลุกค้าทั่วไปที่มีที่พักอาศัยหรือที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ตั้งของโรงพยาบาล โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการรักษาพยาบาลเอง
  4. กลุ่มลูกค้ากองทุนเงินทดแทน ("Fund") หมายถึง กลุ่มลุกค้าที่เป็นพนักงานของบริษัท หรือโรงงานต่างๆที่เข้ารับการรักษาพยาบาลโดยมีสาเหตุการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งสำนักงานประกันสังคมโดยกองทุนเงินทดแทนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่ใช้ในการรักษาพยาบาลจริงในแต่ละกรณีี

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท มีดังนี้

  1. ผู้ที่มีรายได้ปานกลาง – ปานกลางค่อนข้างสูง พักอาศัยอยู่ในย่าน บางนา อ่อนนุช ประเวศ และบางพลี ซึ่งกลุ่มนี้จะใช้บริการของโรงพยาบาลศิครินทร์ ใน 2 รูปแบบ
    • แบบผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยจะรับผิดชอบต่อการชำระค่ารักษาพยาบาลเองโดยตรง โดยช่องทางนี้จะเป็นผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ที่สุดของโรงพยาบาลศิครินทร์
    • แบบผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ซึ่งในรูปแบบนี้บริษัทประกันชีวิต จะเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแทนผู้ป่วยตามขอบเขตของสัญญากรมธรรม์
  2. บริษัทคู่สัญญาที่จัดสวัสดิการให้แก่พนักงานโดยตรง และไม่ใช้สิทธิประกันสังคม ซึ่งตั้งอยู่ในรัศมี 15-20 กิโลเมตร ตัวอย่างเช่น
    • บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (บางนา)
    • บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
    • บริษัท ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด
    • บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
    • บริษัท สยามมิชลิน จำกัด
    • บริษัท ไทยแอโรว์ จำกัด
    • บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สแมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
    • บริษัท เด็นโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด
    • บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่งแอนด์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
  3. ลูกค้ากลุ่มประกันสังคม ซึ่งเป็นผู้ที่พักอาศัย หรือมีสถานที่ทำงานในรัศมี 15-20 กิโลเมตร โดยรอบโรงพยาบาลด้วยโรงพยาบาลศิครินทร์ เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ตั้งอยู่ย่านกรุงเทพตะวันออก ซึ่งเป็นย่านที่มีคู่แข่งในตลาดมากที่สุด ในเชิงกลยุทธ์แล้วโรงพยาบาลในกลุ่มนี้จะไม่เน้นแข่งขันด้านความล้ำหน้าของอุปกรณ์การแพทย์แต่จะแข่งขันด้านบริการและความคุ้มค่า (Value for Money) เป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเลิศกับลูกค้าในย่านชุมชนของแต่ละโรงพยาบาล ทั้งระดับครอบครัวและระดับองค์กร เช่น โรงเรียน สถานประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

ลูกค้าเป้าหมายของโรงพยาบาลรัทรินทร์ แบ่งเป็นกลุ่มหลัก ดังนี้

  1. ครอบครัวที่มีรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งพักอาศัยอยู่ในเขตบางปูใหม่ คลองด่าน
  2. กลุ่มบริษัทที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปูหรือตั้งอยู่ในเขตบางปูใหม่ ซึ่งได้จัดสวัสดิการรักษาพยาบาลให้แก่พนักงาน ทั้งที่ดูแลค่ารักษาพยาบาลเองโดยตรง หรือมีบริษัทประกันดูแลสุขภาพพนักงานแทน

กลุ่มพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงงานต่างๆ ในนิคมอุสาหกรรมบางปู หรือตั้งอยู่ในเขตบางปูใหม่ ซึ่งพนักงานกลุ่มนี้จะบริการรักษาพยาบาลตามสิทธิ์ของประกันสังคม